Showing posts with label Astronomy. Show all posts
Showing posts with label Astronomy. Show all posts

11 February 2013

ตัดต่อชัด ๆ

วันนี้จะขอกล่าวถึงภาพภาพนี้ โดยคุณ pattpoom จาก Flickr ครับ

~ Bangkok Tonight ~

ในแง่สุนทรียภาพคงไม่จำเป็นต้องบรรยาย เพราะคอมเมนต์บนหน้า Flickr ก็อธิบายในตัวอยู่ระดับหนึ่งแล้ว แต่ในสมัยที่เทคโนโลยีการแต่งภาพแบบดิจิทัลก้าวไกลขนาดนี้แล้วผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านเวลาเห็นภาพที่น่าแปลกตาเช่นนี้ก็คงคิดในใจว่า "ตัดต่อหรือเปล่านะ?"

ที่จริงเจ้าของผลงานเขาก็อธิบายและให้รายละเอียดอุปกรณ์และการตั้งค่ากล้องไว้ในคำบรรยายภาพแล้วล่ะครับ ว่าเป็นภาพประกอบจากภาพวัดอรุณกับภาพดวงจันทร์ที่ถ่ายแยกกัน แต่กระนั้นแล้วข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ได้บอกว่าองค์ประกอบที่แต่งขึ้นนั้นมีมากแค่ไหน

แต่ภาพนี้สังเกตเพียงเล็กน้อยก็บอกได้ง่าย ๆ ครับว่าดวงจันทร์ที่อยู่ตรงนั้นมัน "ตัดต่อชัด ๆ"

ที่ง่ายที่สุดก็คือ ข้อมูล EXIF ในภาพระบุเวลาถ่ายว่า 21:53 วันที่ 06/06/2009 ใครที่มีความสนใจดาราศาสตร์แม้เพียงเล็กน้อยคงบอกได้ว่าดวงจันทร์ (เกือบ) เต็มดวงแบบนี้ ไม่มาอยู่ริมขอบฟ้าเวลานี้หรอกครับ ต่อให้ตั้งเวลากล้องผิด ดวงจันทร์ที่เกือบเต็มดวงจะมาอยู่ใกล้ขอบฟ้าตะวันตก (คงทราบกันว่าวัดอรุณตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก) ก็ต้องเช้ามืดเกือบรุ่งแล้ว ถึงผมจะไม่มั่นใจว่าวัดอรุณคงไม่ได้เปิดไฟส่องพระปรางค์ทิ้งไว้ทั้งคืน แต่ผมก็ค่อนข้างแน่ใจว่าบาร์ Amorosa ที่ Arun Residence คงไม่ได้เปิดโต้รุ่งแน่ ๆ

นอกไปจากนั้น ดวงจันทร์ในภาพนั้นยังกลับหัวอีกด้วย จะเห็นได้ว่าถูกหมุน 180° จนขั้วเหนือหันไปทางใต้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจถ้าจะเดาว่าเป็นเพราะภาพถูกถ่ายเมื่อดวงจันทร์ยังอยู่ในซีกฟ้าตะวันออก แต่ที่น่าแปลกใจกว่าคือ นั่นแปลว่าเงาดวงจันทร์ที่เห็นนั้นไม่ใช่เงาข้างขึ้นประมาณ 14 ค่ำ (ซึ่งตรงกับวันที่ถ่ายภาพ) แต่เป็นเงาข้างแรมประมาณ 1 ค่ำ! แสดงว่าดวงจันทร์ในภาพ ไม่ใช่แค่ถ่ายจากคนละชั่วยาม แต่ถ่ายจากคนละเดือนกันทีเดียว

โอเค งั้นเจ้าของภาพอาจจะใช้เทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานมากพอควร แต่นั่นก็ไม่ได้บอกว่าภาพแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้จริง หรือเปล่า? ถ้าเราลองเทียบข้อมูลตำแหน่งดวงจันทร์ (จากหอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐฯ) เมื่อเช้ามืดวันที่ 07/06/2009 ณ ระดับความสูงเชิงมุมประมาณ arctan(290/480*80/275) ≈ 10° (เทียบจากความสูงของพระปรางค์ประมาณ 80 m และระยะแนวราบจากกึ่งกลางพระปรางค์ถึง Amorosa ประมาณ 275 m) จะเห็นว่าเวลา 04:15 ดวงจันทร์อยู่ที่ตำแหน่งแอซิมัทประมาณ 240° ซึ่งต่างจากประมาณ 235° ที่เห็นในภาพนิดเดียว แปลว่าอาจจะมีคืนอื่นที่ดวงจันทร์ตกผ่านตำแหน่งนี้พอดีก็ได้ (แต่จริง ๆ แล้วในเช้ามืดวันที่ 7 มิ.ย. ดวงจันทร์จะตกผ่านหลังพระปรางค์องค์ประธานเกือบพอดี)

ถ้าอย่างนั้นแล้วสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดในภาพ คือขนาดของดวงจันทร์ล่ะ ถ้าพระจันทร์วันเพ็ญตกข้างพระปรางค์วัดอรุณแบบในภาพจริง ๆ เราจะเห็นดวงจันทร์ใหญ่ขนาดนั้นหรือเปล่า? ถ้าลองเทียบขนาดด้วยวิธีเดียวกันข้างต้น จะได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเชิงมุมของดวงจันทร์ประมาณ arctan(96/480*80/275) ≈ 3.33°

อนิจจา ช่างมากเกินกว่าขนาดเชิงมุมของดวงจันทร์ประมาณ 30′ (ครึ่งองศา) ไปกว่า 6 เท่า สรุปได้ง่าย ๆ ว่าดวงจันทร์ที่เห็นในภาพ ถูกขยายให้ใหญ่เกินจริงไปมากครับ

อันที่จริงมีวิธีเทียบที่ง่ายกว่านี้มาก เพราะขนาดเชิงมุมของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์นั้นใกล้เคียงกัน ลองสืบค้น Google ด้วยคำค้น Wat Arun sunset จะพบภาพดวงอาทิตย์ตกใกล้พระปรางค์วัดอรุณหลายภาพ นั่นแหละครับ คือขนาดที่แท้จริงของดวงจันทร์เทียบกับพระปรางค์ ที่จะมีโอกาสได้เห็น

ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ศิลปินย่อมมีโอกาสใช้เทคนิคในการสร้างผลงานได้หลากหลาย แต่บางครั้ง เมื่อได้รู้ว่าสิ่งที่เห็นในผลงานนั้นมีต้นกำเนิดแต่ในจินตนาการของศิลปิน หาได้มีอยู่ในธรรมชาติไม่ เราก็แอบอดที่จะรู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ ไม่ได้ แม้ว่าสุนทรียภาพของตัวงานนั้นเองจะไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

Edited 2013-03-11: กว่า 6 เท่า ไม่ใช่ 7 เท่า

22 September 2008

Observances galore

วันนี้เป็นวันศารทวิษุวัต (autumnal equinox ในซีกโลกเหนือ) ครับ

บางคนอาจจะรู้สึกบ้างว่าไอ้นี่มันจะอะไรนักหนา วันโน่นวันนี่เยอะแยะ ไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง

ก็จริงแหละครับ (เหอะ ๆ)

แต่ถึงแม้วันวิษุวัตกับวันอายันจะดูเหมือนไม่มีความสำคัญกับชีวิตเราเท่าไร เพราะปฏิทินในปัจจุบันก็ไม่ได้นับวันปีใหม่ตามปรากฏการณ์ในการโคจรของโลก ผมว่ามันก็ยังเป็นวาระที่น่าระลึกถึงอยู่ (อย่างน้อยก็มีความผูกพันพื้นฐานกับธรรมชาติมากกว่าการนับวันหยุดกลางปีธนาคาร)

อ้อ เผื่อใครไม่ทราบ วันวิษุวัตคือวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน (แกนของโลกตั้งฉากกับรัศมีวงโคจร) นะครับ (ส่วนศารท แปลว่าฤดูใบไม้ร่วง)

มาถึงเรื่องที่เอ่ยไว้ตามหัวข้อข้างบน...

ที่จริงก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกครับ

เพียงแต่จะบอกว่าช่วงนี้วันที่ 19 ที่ผ่านมาก็เป็นวันครบรอบรัฐประหารธรรมดา ๆ อีกวันหนึ่ง วันที่ 20 เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ วันนี้เป็นวันวิษุวัต แล้วมะรืนนี้ (วันที่24) ก็เป็นวันมหิดล

ยังมีวันอาทิตย์ที่แล้ว (วันที่ 14) เป็นวันไหว้พระจันทร์ และวันจันทร์หน้า (วันที่ 29) เป็นวันสารทไทย

(สองวันหลังนี่ถึงกับต้องไปหาปฏิทินเปิดดู - สะท้อนให้เห็นว่าปฏิทินจันทรคตินี่ใช้ในชีวิตประจำวันน้อยจริง ๆ... นี่ถ้าวันพระใหญ่ไม่ได้เป็นวันหยุดนะ...)

ความจริงผมไม่เคยทราบหรอกครับว่าวันไหว้พระจันทร์นี่มีเมื่อไร (ปีนี้ยังไม่เห็นขนมไหว้พระจันทร์ด้วยซ้ำ) เพิ่งได้ความรู้ใหม่เมื่อครู่นี้เองว่าเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 8 ตามปฏิทินจีน

ส่วนวันสารทไทยนี่ยิ่งแล้วใหญ่ครับ ถ้าไม่ได้อ่านในหนุ่มชาวนา (หนังสือนอกเวลาตอน ม.1 (ใช่เปล่านะ )) ก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10

(ความจริงไม่แน่ใจหรอกครับว่าในหนังสือนี่พูดถึงว่าไงบ้าง (หนังสือไม่อยู่ในความครอบครองแล้ว) แต่จำได้ว่ามีพูดถึง)

เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นความห่างเหินระหว่างสภาพสังคมที่เราอยู่กับที่กล่าวถึงในหนังสือได้ชัดเจนเหมือนกันนะครับ

เพราะผมยังไม่ทราบเลยครับว่าวันสารทไทยนี่มีความสำคัญอย่างไร (นอกจากว่ามีขนมกระยาสาท (กับกล้วยไข่)... อันนี้เหมือนได้มาจากหนังสือของซีเอ็ดสักชุดมั้ง ไม่แน่ใจเท่าไร แต่ยังไม่บ้าพลังพอที่จะไปค้น)

คนที่เป็นเหมือนผม ยังไงลองตามไปอ่าน "๒๒ กันยายน [๒๕๔๙] วันสารทไทย : วันทำบุญกลางปีเพื่อสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษ" โดยอมรรัตน์ เทพกำปนาท (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) ดูนะครับ

...

ความจริงเดือนกันยายนนี่เป็นเดือนที่ไม่มีวันหยุดราชการ (เช่นเดียวกับเดือนพฤศจิกายน (ส่วน ก.พ. มี.ค. มิ.ย. นี่แล้วแต่วันพระใหญ่จะตกเดือนไหน))

แต่ก่อนก็ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไรหรอกครับ เพราะยังไงก็มีปิดเทอม...

เฮ้อ...

22 March 2007

ลืมอีกแล้ว...

เมื่อวานลืมสนิทเลยว่าเป็น vernal equinox (ภาษาไทยเรียกวสันตวิษุวัตหรือเปล่านะ)... สงสัยอีกหน่อยจะลืมวันเกิดตัวเอง

4 March 2007

จันทรุปราคา

(อ่านว่า จัน-ทฺรุ-ปะ-รา-คา)

เมื่อเช้านี้มีจันทรุปราคาเต็มดวงครับ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้สังเกตการเกิดปรากฏการณ์นี้ ถึงแม้ว่าจะมีเกิดขึ้นบ่อยไม่น้อยอยู่ก็ตาม

ความจริงตั้งนาฬิกาไว้จนตื่นมาดวงจันทร์ก็ เกือบจะเข้าเงามืดเกือบทั้งหมดแล้วล่ะครับ แต่ยังได้ข้อคิดข้อสังเกตอย่างอื่นมาบ้าง ว่าการดูจันทรุปราคาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล...
  • ต้องหาที่สังเกตการณ์อยู่นานมากกว่าจะเห็นดวงจันทร์ ที่สุดคือมีที่เดียวคือระเบียงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ไม่ถูกหลังคาบ้านข้าง ๆ และ/หรือคอนโดบัง
  • เห็นดวงจันทร์หายเข้าไปในเงามืดของโลก แล้วก็หายลับไปหลังขอบเงาตึกเลย คือก็ไม่เห็นว่าจะเห็น "แสงอาทิตย์ที่หักเหผ่านบรรยากาศโลกไปตกที่พื้นผิวดวงจันทร์ทำให้ดวงจันทร์ ไม่มืดสนิทอย่างที่ควรจะเป็น แต่มีสีน้ำตาล แดงอิฐ หรือสีส้ม" แต่อย่างใด
  • สมาคมดาราศาสตร์ไทยบอกว่า "ไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากนั้นแสงเงินแสงทองจะเริ่มจับขอบฟ้า ท้องฟ้าจึงค่อย ๆ สว่างขึ้นในขณะที่ดวงจันทร์งอยู่ในเงามืดของโลก"
    แต่พอลองสังเกตดวง อาทิตย์ขึ้นที่บ้าน พบว่า ท้องฟ้าไม่เห็นจะมีการเปลี่ยนสีแบบนั้นเลย คือตอนมืดก็เห็นท้องฟ้าสีม่วง จากไฟเมืองกรุงที่สว่างไสว พอเริ่มจะสาง ก็ยังเห็นไฟเมืองกรุงสว่างไสวอยู่ (สิ่งที่พอสังเกตได้ก็เห็นสีแดงเรื่อ ๆ ในเมฆบาง ๆ ที่ลอยอยู่ด้านบน) แล้วอีกทีก็เป็นสีฟ้าแล้ว
  • ว่าแล้วก็นึกอยากไปท้องฟ้าจำลองขึ้นมา...

12 October 2005

ราศีที่แตกต่าง

เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมครับ ว่าเวลาอ่านคอลัมน์ดวงดาวของท่าน กับ Your Horoscope วันเกิดของเราทำไมถึงอยู่คนละราศีกัน? วันนี้ผมได้พบคำตอบโดยบังเอิญแล้วครับ Quote
http://www.anu.edu.au/asianstudies/thai_time.html A technical problem arises with the terms ‘siderial’ and ‘tropical’ in (5.1) due to the precession of the equinoxes. The equinoxes are points on the ecliptic where the sun is located when day and night are exactly equal in length. The Spring or Vernal Equinox has been widely taken to be the starting point of the solar year. As Hipparchus (c. 150 BC) and other astronomers of antiquity realised, the equinoxes gradually slip backwards through the zodiac at the rate of about one constellation in two thousand years (50.3 seconds or arc per year). In terms of reconciling this fact with the establishment of zodiacal constellations, there are two possibilities for practical time-keeping purposes: (i) ignore the precession of the equinoxes and continue to note when the sun enters a particular star group; (ii) ignore the actual stars where the sun is located and instead continually redefine the sign relative to the shifting Vernal Equinox. Thus "Aries" can either mean either (i) the group of stars traditionally seen as the figure of a ram—the actual star group— or (ii) the 30-degree region of the ecliptic immediately following the Vernal Equinox—wherever that may fall. After adopting the Western (or Babylonian) zodiac, the Hindu astrologers opted for (i), while the Western astrologers opted for (ii). For India, this effectively stabilised the definition of the Greco-Hindu zodiac for a Vernal Equinox value of about 400 AD (near alpha Arietis), while the Western zodiac has continued to slip backwards, and is presently on the Pices-Aquarius line, in terms of actual stars. Incidentally, this difference can be interpreted as evidence for about 400 AD as the period when the 12-constellation zodiac came into widespread usage in India.
โดยสรุปก็คือว่า เนื่องจากแกนของโลกมีการหมุนอย่างช้า ๆ (สาเหตุที่ทำให้ดาวเหนือเปลี่ยนดวง) วันวสันตวิษุวัต (vernal equinox วัน ที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ผลิ) ซึ่งสมัยก่อนนับเป็นวันขึ้นต้นปีใหม่ ก็เลยขยับถอยไปเรื่อย ๆ ทีนี้ก็มีคำถามว่าการนับปี ราศี จะยึดดาวหรือยึดวันเป็นหลัก ปรากฏว่าทางตะวันตกใช้ยึดวันวิษุวัตเป็นหลัก (โดยแบ่งราศีละ 30 องศานับจาก equinox) ขณะที่ทางฮินดูยึดการโคจรของดวงอาทิตย์ผ่านกลุ่มดาว ราศีของตะวันตกก็เลยขยับถอยมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเลยตามหลังราศีของไทยอยู่ 23 วัน เป็นสาเหตุที่ สมมุติคนเกิดวันที่ 12 เม.ย. ดวงดาวของท่านก็จะตกอยู่ในราศีมีน เพราะดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวปลา แต่ถ้าดู Your Horoscope ก็จะเป็น Aries เพราะดวงอาทิตย์อยู่ในสามสิบองศาแรกหลังวันวิษุวัต ซึ่งเมื่อเกือบสองพันปีที่แล้วจะอยู่ในกลุ่มดาวแกะ ทีนี้ดวงอันไหนจะทำนายแม่นกว่ากันล่ะเนี่ย?