Showing posts with label Conflict. Show all posts
Showing posts with label Conflict. Show all posts

26 November 2013

Конфликт

รื้อ ๆ บล็อก บังเอิญขุดเจอเอ็นทรีนี้ที่เก็บเป็น draft ไว้ตั้งแต่ 07/10/2008 จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่เผยแพร่ (อาจจะดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับสถานการณ์เท่าไรมั้ง) แต่ชอบภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ ยังไงก็ขอโพสต์ย้อนหลังแล้วกัน (หมายเหตุ: เปลี่ยนลิงก์เนื่องจากอันเก่าผู้อัปโหลดตั้งเป็น unlisted ไป)


พยายามแต่งนิทานเรื่องการสลายการชุมนุมในประเทศในจินตนาการแห่งหนึ่ง ซึ่งมิได้มีพื้นฐานบนเรื่องจริงใด ๆ ทั้งสิ้น... แต่เอาเข้าแล้วเรื่องวกไปวนมาไม่ได้ประเด็นสักที เลยขออนุญาตโพสท์วิดีโอนี้ (ซึ่งเคยเห็นลิงก์จากบล็อกหวาย) แทน

Конфликт

15 October 2008

14 ตุลา... ผ่านมา... แล้วก็ผ่านไป

พยายามจะอยู่ห่าง ๆ บล็อกแล้ว แต่ก็อดไม่ได้

14 ตุลา... ผ่านมา... แล้วก็ผ่านไป

ถูกลดความสำคัญไปเป็นแค่วันธรรมดา ๆ วันหนึ่งในประวัติศาสตร์... ที่ไม่ได้ฝากความสำคัญใด ๆ ไว้ในปัจจุบัน

เมื่อกี้พยายามหาบล็อกเอ็นทรีของใครก็ไม่ทราบที่เคยเห็นเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว แต่หาไม่เจอ เอ็นทรีนั้นเปรียบเทียบโดยเล่าประมาณว่ามีนกสองตัวแม่-ลูก อยู่บริเวณถนนราชดำเนินเมื่อสามสิบปีที่แล้ว แล้วลูกก็ถามแม่ว่าคนเค้าทำอะไรกัน แม่ก็บอกว่าอย่าดู เขาจะทำร้ายกัน แต่มันจะเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของพวกเขา (คน) ที่เขาจะต้องเรียนรู้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็เล่าถึงเมื่อสามสิบปีผ่านไป นกแก่สองตัวคุยกันอยู่ที่เดิม แล้วนกตัวหนึ่ง (ที่เป็นลูกนกเมื่อต้นเรื่อง) ก็พูดถึงว่า แม่พูดไว้ผิด เพราะพวกเขา (คน) ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลย

ใครที่พอจะทราบ ก็ขอความกรุณาสงเคราะลิงก์ด้วยนะครับ

26 June 2008

ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์...

...คือสามสิ่งที่ส่งเสริมความแตกแยกของคนเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พูดถึงความแตกแยก ผมว่ามันเป็นธรรมชาติพื้นฐานอย่างหนึ่งของสังคมมนุษย์ครับ

สิ่งมีชีวิตเราวิวัฒนาการมาบนหลัก survival of the fittest อย่างไร ก็ยังเห็นเงาสะท้อนของหลักที่ว่าแทรกซึมอยู่ภายใต้ความเป็นไปต่าง ๆ ของเราในปัจจุบันได้อย่างนั้น

ถึงแม้ว่าในกระบวนการสรรค์สร้างวัฒนธรรม มนุษย์จะได้พัฒนารูปแบบของสังคมเพื่อจำกัดผลกระทบของความแตกแยกไว้บ้าง ความแตกแยกเองก็ยังเป็น [defining element] หนึ่งที่แทรกอยู่ในทุกระดับของสังคม

การเมืองเอง มีวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อกดความแตกแยกในสังคมเอาไว้ ให้อยู่ในระดับต่ำพอที่จะให้สังคมดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และพัฒนาโครงสร้างที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้* แต่นั่นก็หมายความว่าความแตกแยกยังเป็นองค์ประกอบหลักที่ถูกกดเอาไว้อยู่ในหัวใจของการเมืองนั่นเอง

ประชาธิปไตยซึ่งอาศัยการเลือกตั้ง เป็นระบบที่สะท้อนความแตกแยกที่อยู่ในหัวใจของการเมืองได้อย่างชัดเจน... ยกตัวอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ: ในระดับสูงสุดแล้ว การเมืองกำหนดกติกาไว้ว่าใครที่ชนะการเลือกตั้งจะได้เป็นผู้นำประเทศ ซึ่งทุกคนในประเทศต้องยอมรับ แต่ภายใต้นั้นก็คือความแตกแยกระหว่าง Democrats และ Republicans ซึ่งตบตีกันได้ตลอดปีตลอดกาล ถ้าย้อนลึกลงไปถึงการเลือกผู้แทนพรรคฯ ก็เห็นว่าในพรรคเดียวกันเอง ก็ยังตบตีกันเลือดสาดไม่น้อยกว่าในระดับประเทศ และก็เป็นเช่นนี้ย้อนลงไปถึงหน่วยย่อยที่สุดของสังคม

ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งทำให้เกิดความแตกแยก อย่างที่สภาวการณ์ชวนให้เข้าใจ เพียงแต่มันเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นความแตกแยกที่ซ่อนอยู่ภายในเท่านั้นเอง ก็นับได้ว่าเป็นเรื่อง [ironic] ไม่น้อย เพราะการเมืองนั่นแหละ ที่กดความแตกแยกนั้นเอาไว้ไม่ให้เห็นตั้งแต่แรก

ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ก็เป็นหัวใจหลักของการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมันทำหน้าที่เป็นกรอบกำหนดขอบเขตของความสามัคคี ที่การเมืองจะต้องสร้างขึ้นมา เราจึงมักเห็น ได้ยิน และถูกส่งเสริมให้เชื่อในสังคมที่มีความปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในกรอบของชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์นี้

หรือกล่าวได้อีกนัยหนึ่ง ว่าชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องกำหนดขอบเขตของความแตกแยก ที่จะ [project] ออกไปยังสังคมอื่นนอกเหนือจากของตน

จึงไม่น่าแปลกใจว่าชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์นี่เอง ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะบั่นทอนและบ่อนทำลายความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคีที่แท้จริง ที่จะเกิดขึ้นได้บนโลกนี้ (ยังไม่นับว่าถ้ามีชีวิตนอกโลกอีก เรื่องราวอาจจะซับซ้อนยิ่งขึ้น)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้คำจำกัดความคำ สามัคคี ไว้ว่า

สามัคคี น. ความพร้อมเพรียงกัน, ความปรองดองกัน. ว. ที่พร้อมเพรียงกันทำ, ที่ร่วมมือร่วมใจกันทำ, เช่น กฐินสามัคคี ผ้าป่าสามัคคี. (ป.; ส. สามคฺรี)

สังเกตนะครับ ว่าไม่มีอะไรที่พูดถึงการเกลียดคนอื่นเลยสักนิด

ความสามัคคีที่เราถูกปลูกฝัง ถูกโฆษณาชวนเชื่อกันมา ที่ได้ยินกันอยู่ทั่วไปทุกวันนี้ รังแต่จะเป็นความสามัคคีจอมปลอมที่อ้างขึ้นเพื่อให้ร่วมกันเกลียดคนอื่น ให้ร่วมกันสู้รบกับศัตรู โดยที่มิได้คำนึงถึงความสามัคคีที่แท้จริง ที่จะช่วยให้เราสามารถสรรค์สร้างความเจริญของสังคมมนุษย์ร่วมกันโดยพร้อมเพรียงและปรองดอง ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหน เชื้อชาติหรือศาสนาอะไร

มนุษย์เราเดินทางออกห่างจากพื้นฐานเดิมของธรรมชาติมากขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังพยายามต่อสู้กับศัตรูต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอก โดยไม่เห็นถึงศัตรูที่แท้จริงที่อยู่ภายใน...

เมื่อไรนะ เราถึงจะหันมาพูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ได้เสียที

See also: Imagine


*ทีแรกอยากจะพูดถึง enthalpy ของสังคม แต่ความรู้ thermodynamics อันน้อยนิดมันหายไปไหนหมดแล้วไม่ทราบได้

16 December 2006

Communication...

... Its failure is the reason for all the conflicts in this world.

Convincing, don't you think?

เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาทั้งหลายในโลกนี้ก็ง่าย ๆ แค่
พูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
ฮึ่มม... ทำไมมันถึงไม่ง่ายอย่างที่พูดหว่า...

แถม: model ของ อ.ภุชงค์ จากวิชา Medical Ethics and Critical Thinking 2548

11 September 2006

September 11

Another day past, another date to mark these times of conflict... These conflicts of misunderstanding...

9 February 2006

There's so much that we share; even more that we don't.

It's a small world, but a very divided one at that.

A borderless world? Maybe after peace on earth.

Isn't it ironic that religion, the ultimate purpose of which being to help us live together, so consistently promotes intolerance?

What should we do about it? None that I see can be done. It's just this world we live in.